ผมขอเกริ่นไว้คร่าวๆ สำหรับท่านผู้เยี่ยมชมนะครับ

บล๊อกนี้ผมทำขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายไหนทั้งสิ้นแต่อาจจะวิจารย์ตามสิ่งที่ผมเห็นสมควร ผมจะพยายามรวบรวมผลการทำงานแต่ละโครงการเอาไว้ อีกทั้งหัวข้อที่เกิดกระแสตอบรับจากการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเหตุการ์ณปัจจุบันให้ร่วมกันออกความเห็น สำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม..ผมขอฝากไว้สักนิดนะครับ ขอให้ทุกท่านที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยยึดหลักความเป็นกลาง ความถูกต้อง เหตุสมควร โดยไม่ยึดติดกับแหล่งข่าวและความเห็นที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ หรือช่วยอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือด้วย ผมลงความเห็นไว้ที่กระทู้แรกนะครับลองเข้ามาอ่านดูได้ สำหรับท่านที่ต้องการ Link กับทางบล๊อกของผมก็ เชิญส่งมาให้ผมทาง E-mail ได้เลยะครับ comeon_baby@thaimail.com **ขณะนี้ Blog กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมเนื้อหายังไม่สมบูรณ์..**

กองทุนเพื่อการศึกษา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดตัวกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกติดกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) หรือกองทุนไอซีแอล ซึ่งจะเริ่มนำร่องใช้แทนกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 เป็นต้นไป โดยมีนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาระดับอุดมศึกษา นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายรุ่ง แก้วแดง รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯ และตัวแทนนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมประมาณ 500 คน พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่มีความสุขมากวันหนึ่ง เพราะการทำหน้าที่ผู้บริหารประเทศแทนประชาชนทั้งประเทศคือการทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย และวันนี้รัฐบาลสามารถบรรลุแนวทางการปฏิรูปการเงินเพื่อการศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ อย่างไรก็ตาม การจะทำเช่นนี้ได้ การเมืองต้องชัดเจน และเข้มแข็ง การที่ฝ่ายการเมืองสัญญากับประชาชนว่า จะมีโครงการเรียนก่อนผ่อนที่หลังในทุกครั้งที่ขึ้นเวทีปราศรัย เป็นสิ่งที่ประชาชนชอบมาก เพราะรู้สึกว่าลูกหลานของตนมีศักยภาพ แต่ตัวเองไม่มีศักยภาพในการส่งลูกเรียน ครูบางคนมีรายได้น้อย แต่ก็ไปกู้เงินเพื่อมาส่งลูกเรียนพิเศษ เพื่อให้เรียนจบหมอ วิศวกร

๒ ความคิดเห็น:

takky กล่าวว่า...

กว่าจะมาถึงวันเปิดตัวกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกติดกับรายได้ในอนาคต หรือกองทุน กรอ. ณ วันนี้ รัฐบาลไทยได้เริ่มต้นการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาเป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2539 ช่วงที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เรียกว่า กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งที่จริงเริ่มเตรียมการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงที่นายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ในระยะเวลา 10 ปีของการดำเนินงานกองทุน กยศ. สามารถช่วยนักเรียนฐานะยากจน ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน 1.5 แสนบาทต่อปี ได้เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ขึ้นไปจนถึงนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี ได้กู้เงินเรียนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 2,656,106 คน คิดเป็นเงินกู้ยืม 221,360,742,263.22 บาท และขณะนี้มีผู้กู้ที่ครบกำหนดชำระหนี้คืนกองทุนรวม 1,209,185 คน คิดเป็น 45.73% ของผู้กู้ทั้งหมด รวมเป็นเงิน 93,944,861,151.27 บาท หรือ 42.62% ของจำนวนหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่มาชำระหนี้แล้วประมาณ 70%

หลังจากใช้กองทุน กยศ.มาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 10 ปีพอดิบพอดี รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงระบบการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาใหม่ โดยให้ใช้รูปแบบกองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือกองทุน กรอ. แทน เริ่มในปีการศึกษา 2549 เป็นปีแรก เป็นลักษณะนำร่องกับนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ก่อน ส่วนระดับอื่นๆ ยังคงให้ใช้บริการกองทุน กยศ.ไปจนจบการศึกษา

รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณได้จัดสรรงบประมาณเริ่มต้นให้กับกองทุน กรอ.ในปีแรกนี้ ประมาณ 4.8 พันล้านบาท

ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน กรอ. จะเปิดกว้างให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และอนุปริญญาหรือเทียบเท่าทุกคน ไม่จำกัดว่ายากดีมีจน ถ้ามีศักยภาพที่จะเรียนและเข้าเรียนได้ก็มีสิทธิกู้เงินกองทุน กรอ.นี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันหนี้เงินกู้ แต่อาศัยรายได้ในอนาคตของผู้กู้เป็นหลักประกันในการชำระหนี้คืน ซึ่งจะให้กู้เฉพาะค่าเล่าเรียน และใช้คืนเมื่อเรียนจบทำงานแล้วและมีรายได้ตั้งแต่ 1.6 หมื่นบาทต่อเดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่จะปรับมูลค่าหนี้ตามอัตราเงินเฟ้อ/ดัชนีราคาผู้บริโภคในแต่ละปี แต่จะไม่เกิน 5%

สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่นิสิตนักศึกษาจำเป็นต้องใช้ ทางกองทุน กยศ.จะเข้ามาดูแลให้กู้ยืมในส่วนนี้ โดยได้จัดสรรเงินให้ 4 พันล้านบาท เพื่อให้นักศึกษาที่ฐานะยากจนกู้ได้เดือนละ 2 พันบาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มีนายสุรเกียรติ์เป็นประธาน ได้กำหนดเพดานอัตราค่าเล่าเรียนสูงสุดที่นิสิตนักศึกษาจะกู้ได้ในแต่ละสาขาวิชา ดังนี้

กลุ่มที่ 1 สาขาวิชาสังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ สามารถกู้ยืมเงินกองทุน กรอ.ได้สูงสุด 6 หมื่นบาทต่อปี

กลุ่มที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กู้ได้สูงสุด 7 หมื่นบาทต่อปี

กลุ่มที่ 3 สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ กู้ได้สูงสุด 8 หมื่นบาทต่อปี

กลุ่มที่ 4 สาขาวิชาแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ กู้ได้สูงสุด 1.5 แสนบาทต่อปี

แต่ถ้าเป็นหลักสูตรพิเศษหรือหลักสูตรนานาชาติ สามารถกู้ได้สูงสุด 5 หมื่นบาทต่อปี

ทั้งนี้ทั้งนั้น คำนวณกันว่างบประมาณเริ่มต้นที่รัฐบาลทักษิณประเดิมให้กับกองทุน กรอ.ในปีแรกราว 4.8 พันล้านบาท จะไม่เพียงพอกับการรองรับความต้องการของนิสิตนักศึกษา ที่คาดว่าจะต้องการกู้เงินเรียนถึงประมาณ 5 แสนคน จากจำนวนนักเรียนที่ผ่านเข้าสู่รั้วสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้นกว่า 7 แสนคนต่อปี
*http://www.nsru.ac.th/studentloan/News00006.php

สินเชื่อ กล่าวว่า...

เห็นด้วยครับ พูดแต่เรื่องแย่ๆก็ยิ่งมีแต่ทะเลาะกัน