เหตุการณ์ รัฐประหาร 19 กันยา 2549 ที่ทหารลุกขึ้นมาทำการฉีก รัฐธรรมนูญ 2540 เพื่อล้ม รื้อ ระบอบทักษิโณมิกส์ พร้อมๆ กับ ล้มระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกระบวนการทั้งหมด ได้รับความร่วมมือจากขบวนประชาชนและปัญญาชนกลุ่มหนึ่ง ที่สนับสนุนตั้งแต่ต้น หลังรัฐประหาร บรรยากาศการเมืองเกิดความอึมครึม กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินไปอย่างล่าช้า ปราศจากการยอมรับ และมีส่วนร่วมจากประชาชน อย่างเพียงพอ ขบวนการ NGOs และขบวนการประชาชน แตกขั้ว เลือกข้าง ชัดเจนมากขึ้น จนส่วนหนึ่งปิดฉากบทบาทการเคลื่อนไหว ในขณะที่ส่วนหนึ่งผันตนเองไปเป็นกลไกอำนาจรัฐ ไล่ รื้อ ไล่ตรวจสอบสำเร็จโทษ และก่อร่างบทบาทตนเอง ทางการเมืองและสถาบันทางการเมืองภาพการเมืองไทย โดยรวมๆ จึงผิดเพี้ยน ผิดผีและผิดคน ยิ่งเมื่ออดีตแกนนำขบวนประชาชนออกมาทำทีท่าเหมือนเล่นการเมืองกระแสหลัก เมื่อทหารออกมากำกับบทนักการเมือง ในนามประชาธิปไตย เมื่อพรรคแคระ และพรรคครึ หล้าหลังทั้งหลาย กลับมามีโอกาสครองอำนาจเพียงชั่วข้ามคืน อีกครั้ง ไม่รวมพรรคผี ที่ทำท่าจะแจ้งเกิด ในอีกไม่นาน โดย เฉพาะหลังการตัดสินคดียุบพรรค พรรคไทยรักไทย
ผมขอเกริ่นไว้คร่าวๆ สำหรับท่านผู้เยี่ยมชมนะครับ
บล๊อกนี้ผมทำขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายไหนทั้งสิ้นแต่อาจจะวิจารย์ตามสิ่งที่ผมเห็นสมควร ผมจะพยายามรวบรวมผลการทำงานแต่ละโครงการเอาไว้ อีกทั้งหัวข้อที่เกิดกระแสตอบรับจากการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเหตุการ์ณปัจจุบันให้ร่วมกันออกความเห็น สำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม..ผมขอฝากไว้สักนิดนะครับ ขอให้ทุกท่านที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยยึดหลักความเป็นกลาง ความถูกต้อง เหตุสมควร โดยไม่ยึดติดกับแหล่งข่าวและความเห็นที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ หรือช่วยอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือด้วย
ผมลงความเห็นไว้ที่กระทู้แรกนะครับลองเข้ามาอ่านดูได้ สำหรับท่านที่ต้องการ Link กับทางบล๊อกของผมก็ เชิญส่งมาให้ผมทาง E-mail ได้เลยะครับ comeon_baby@thaimail.com
**ขณะนี้ Blog กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมเนื้อหายังไม่สมบูรณ์..**
รัฐประหาร 19 กันยา
เหตุการณ์ รัฐประหาร 19 กันยา 2549 ที่ทหารลุกขึ้นมาทำการฉีก รัฐธรรมนูญ 2540 เพื่อล้ม รื้อ ระบอบทักษิโณมิกส์ พร้อมๆ กับ ล้มระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกระบวนการทั้งหมด ได้รับความร่วมมือจากขบวนประชาชนและปัญญาชนกลุ่มหนึ่ง ที่สนับสนุนตั้งแต่ต้น หลังรัฐประหาร บรรยากาศการเมืองเกิดความอึมครึม กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินไปอย่างล่าช้า ปราศจากการยอมรับ และมีส่วนร่วมจากประชาชน อย่างเพียงพอ ขบวนการ NGOs และขบวนการประชาชน แตกขั้ว เลือกข้าง ชัดเจนมากขึ้น จนส่วนหนึ่งปิดฉากบทบาทการเคลื่อนไหว ในขณะที่ส่วนหนึ่งผันตนเองไปเป็นกลไกอำนาจรัฐ ไล่ รื้อ ไล่ตรวจสอบสำเร็จโทษ และก่อร่างบทบาทตนเอง ทางการเมืองและสถาบันทางการเมืองภาพการเมืองไทย โดยรวมๆ จึงผิดเพี้ยน ผิดผีและผิดคน ยิ่งเมื่ออดีตแกนนำขบวนประชาชนออกมาทำทีท่าเหมือนเล่นการเมืองกระแสหลัก เมื่อทหารออกมากำกับบทนักการเมือง ในนามประชาธิปไตย เมื่อพรรคแคระ และพรรคครึ หล้าหลังทั้งหลาย กลับมามีโอกาสครองอำนาจเพียงชั่วข้ามคืน อีกครั้ง ไม่รวมพรรคผี ที่ทำท่าจะแจ้งเกิด ในอีกไม่นาน โดย เฉพาะหลังการตัดสินคดียุบพรรค พรรคไทยรักไทย
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
3 ความคิดเห็น:
ความน่าเคลือบแคลง คือ เป็นการตัดสินในห้วงบรรยากาศ ที่บ้านเมืองไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ผลการตัดสิน คือ พรรคไทยรักไทยถูกยุบและกรรมการพรรคถูกตัดสิทธิ ทั้งหมด 111 คน ทำให้นักการเมือง ทั้งดีและเลว สูญพันธ์ทันที !!!
ภาพที่สะท้อน ในห้วงปัจจุบัน คือ การยุบพรรค ไม่ได้หมายถึงหรือเท่ากับ การฟื้นคืนของประชาธิปไตย แต่กลับยิ่งหมายถึง การลดทอน ฆาตรกรรมประชาธิปไตย ให้แคบและเหลือผู้เล่นไม่กี่คน ซึ่งหมายถึงปิดประตูทางเลือกของประชาชน
แม้ว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อย หวาดกลัวระบอบทักษิโณมิกส์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ประชาชนจะยอมรับการรัฐประหาร ดังนั้น การใช้อำนาจ ที่ทำการฆาตกรรมประชาธิปไตย และสำเร็จกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จึงไม่ชอบธรรม ยิ่งการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ้างเหตุผลทางการเมือง ในการวินิจฉัย ยิ่งกระทำไม่ได้ เพราะ การเมืองต้องให้ ประชาชนเป็นผู้ตัดสินชะตากรรม นี่คือ หลักการประชาธิปไตย เพราะ "อำนาจ ต้องมาจากประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน" มิใช่ได้มาโดยมิชอบ เช่นปัจจุบัน ซึ่งส่งผลถึงการใช้อำนาจก็ปราศจากความชอบ การตัดสินคดีความ การตรวจสอบ ล้วนปราศจากความชอบธรรม
ด้วยเหตุนี้ หากเป็นความผิดอาญารัฐเป็นผู้ตัดสิน แต่ความผิดทางการเมือง ต้องให้ประชาชน องค์กรประชาชน และขบวนประชาชน มีส่วนร่วมตัดสิน ว่าชะตากรรมนักการเมืองจะได้อยู่หรือไป เพราะ หลักการ ตามระบอบประชาธิปไตยอำนาจ ที่ได้รับมอบหมายมาจาก พันธะสัญญาระหว่าง นักการเมืองกับประชาชน ดังนั้น รัฐบาลและ คมช. ซึ่งได้มากด้วยการรัฐประหาร จำต้องคืนสิทธิ เสรีภาพ ทางการเมืองให้ จำเลยการเมือง ทั้ง 111 คน และเร่งรีบจัดการเลือกตั้ง โดยพลัน !!!
* ข้อมูลจาก http://www.nocoup.org/
ทฤิษฏีสมคบคิด
1.ให้ขายหุ้น
2.พอขายแล้วบอกว่าขายของชาติ
3.ให้คนออกมา
4.เกิดการลอบสังหารด้วยระเบิด
5.จับคนร้ายได้
6.ใกล้รู้ตัวการใหญ่
7.เกิดการปฏิวัติ
8.คำแรกบอกจะให้ความเป็นธรรมและให้กลับประเทศใด้
9.คำที่สองบอก ว่าถ้ากลับมาติดคุกแน่
10.แล้วจะมีหมาที่ไหนกลับมา
สั้นๆง่ายๆไม่ซับซ้อน ถ้าเปรียบสิ่งที่ทักษิณทำมาทั้งหมด เหมือนกับทำเมืองไทยให้มีความเป็นอยู่สุขสะบายขึ้นเหมือนอยู่บนสวรรค์ การทำรัฐประหาร 19 กันยา ก็เหมือนถีบเมืองไทยพร้อมทั้งคนไทยลงนรกโดยฉับพลันไม่ให้ตั้งตัวด้วยจุดประสงค์ซ่อนเร้นอะไรบางอย่าง จนป่านนี้ผมยังมีความเชื่อว่า รัฐประหารครั้งนี้มีจุดประสงค์บางอย่างสำหรับประเทศไทยซ่อนเร้นอยู่ เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรเพียงพอที่จะทำได้เลย นอกจากต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ ส่วนเรื่องกรณีทุจริตผมไม่เคยให้น้ำหนัก เพราะมันไม่มีความจริงที่เกิดขึ้นกับประเทศสนับสนุน ไม่ว่าจะโดยหลักใหน ถ้าที่ไดมีการทุจริตเกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบออกมาให้เห็นแน่นอนไม่มากก็น้อย เอาง่ายๆ บริษัทหรือห้างร้านได ถ้ามีผู้บริหารโกงกิน สถานเบาก็ทรุดโทรมขาดทุน สถานหนักก็เจ้งเลิกรากิจการ แต่ถ้ายิ่งทำยิ่งเจริญจะไปกล่าวหาว่าผู้บริหารทุจริตไม่ได้ ต่อให้มีหลักฐานเยอะแยะมันก็ขัดหลักความจริง เพราะหลักฐานเป็นสิ่งเดียวที่มนุษย์สามารถทำของปลอมให้เหมือนของจริงได้มากที่สุดน่าเชื่อถือที่สุด ทุกวันนี้จึงยังมีคนที่ไม่เคยทำความผิดเลยติดคุกอยู่ได้ ถ้าทักษิณทุจริตมากอย่างนั้นจริงห้าปีกว่าประเทศไทยคงแทบจะไม่เหลืออะไรเลย สถานหนักประเทศก็ทรุดโทรมตกต่ำ สถานเบาก็น่าจะส่งผลกระทบต่อคนในประเทศบ้าง แต่ตรงกันข้ามห้าปีกว่าประเทศไทยกลับรุดหน้าไปไวมากจนสร้างความแปลกใจให้ต่างชาติ และมองประเทศไทยด้วยความชื่นชมที่มีความรุดหน้าในทุกๆด้าน ผมจึงไม่เคยเชื่อข้อกล่าวหาทั้งหมด และสิ่งที่คณะรัฐประหารและพวกพยายามเอ่ยอ้างว่าทำเพื่อประเทศ ผมยิ่งไม่เชื่อเลย มันไม่มีเหตุผลและสิ่งที่เกิดกับประเทศและคนไทยสนับสนุนคำพูดถ้าทำเพื่อประเทศ อย่างน้อยที่สุดประเทศคงไม่ตกต่ำเลวร้ายขนาดนี้ เพราะพื้นฐานเดิมสร้างไว้ค่อนข้างแน่นหนาแล้ว แต่เวลาเพียงชั่วสองสามปี ทุกสิ่งร่วงทรุดลงมากองกับพื้นเหมือนการพังทะลายของตึกที่โดนระเบิดไม่มีผิด ผมจึงว่าการทำรัฐประหารครั้งนี้หวังผลอะไรบางอย่างต่อประเทศไทยในระยะยาว ยิ่งเห็นหัวหน้าคณะปฏิวัติและเห็นหน้าคนที่มาคุมตำรวจหลังปฏิวัติผมก็ยิ่งมั่นใจข้อสันนิษฐาน บวกกับสถานะการณ์ปัจจุบันที่กำลังเดินไปตามทางที่เขาปูไว้ก็ยิ่งมั่นใจว่า สุดท้ายคือการนองเลือดของคนไทยด้วยกันเองด้วยสงครามกลางเมืองจากแรงยุแหย่ของเขา จนกระทั่งเมื่อไดที่ประเทศไทยและคนไทยอ่อนแอสุดขีดไร้แรงต้านทาน เมื่อนั้นก็เป็นโอกาศของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งประเทศมองดูเมืองไทยตอนนี้แล้ว มันทำให้อดนึกถึงจิ้งหรีดไม่ได้ จิ้งหรีดเมือถูกปั่นหัว ก็กัดกันจนตายไปเอง
แสดงความคิดเห็น