เส้นตายการนำส่ง อาวุธสงครามคืนราชการ โดยได้รับการยกเว้นความผิด ครบกำหนดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2546 นโยบายปราบอาวุธสงคราม จะดำเนินไปควบคู่กับนโยบายปราบผู้มีอิทธิพล โดยผู้มีอิทธิพลและผู้ครอบครองอาวุธสงคราม น่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน และเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเป้าหมายตามนโยบายกวาดล้างของรัฐบาล เพราะผู้ที่ครอบครองอาวุธสงคราม มักจะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล และใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้าม หรือคนที่ขัดขวางผลประโยชน์ ไม่เว้นแม้แต่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ อาวุธสงครามที่ได้รับส่งคืนจำนวนมากนั้น เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยประชาชนที่ส่งคืน อาจจะเป็นคนทั่วไป ซึ่งไม่ได้ครอบครองไว้เพื่อสร้างบารมี หรือสะสมไว้เพื่อใช้สังหารฝ่ายตรงข้าม แต่มือปืน กลุ่มคนที่มีอิทธิพลหนุนหลัง อาจจะยังครอบครองอยู่ กระทรวงมหาดไทย ระกาศแล้ว หลังจากนี้จะตรวจค้น ปราบปรามอาวุธสงครามอย่างจริงจัง โดยซุ้มมือปืนทั่วประเทศ เขตพื้นที่ของผู้มีอิทธิพล จะตกอยู่ในเป้าหมายการตรวจค้น คำประกาศอย่างแข็งขันของ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการปราบอาวุธสงคราม เพื่อให้ประเทศไทย เป็นพื้นที่ปลอดอาวุธสงคราม น่าจะทำให้ประชาชนนอนตาหลับขึ้น เพราะประชาชนต้องเสี่ยงภัยจากอาวุธสงครามมานานแล้ว แม้ประเทศไทยจะไม่มีสงคราม แต่อาวุธสงครามกลับมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง และถูกนำมาใช้ก่อคดีอุกฉกรรจ์มากมาย สังหารชีวิตผู้คนไปจำนวนมาก โดยอาวุธสงครามที่นำมาก่อคดีสะเทือนขวัญ มักจะอยู่ในความครอบครองของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ทั้งในและนอกเครื่องแบบ
ผมขอเกริ่นไว้คร่าวๆ สำหรับท่านผู้เยี่ยมชมนะครับ
บล๊อกนี้ผมทำขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายไหนทั้งสิ้นแต่อาจจะวิจารย์ตามสิ่งที่ผมเห็นสมควร ผมจะพยายามรวบรวมผลการทำงานแต่ละโครงการเอาไว้ อีกทั้งหัวข้อที่เกิดกระแสตอบรับจากการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเหตุการ์ณปัจจุบันให้ร่วมกันออกความเห็น สำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม..ผมขอฝากไว้สักนิดนะครับ ขอให้ทุกท่านที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยยึดหลักความเป็นกลาง ความถูกต้อง เหตุสมควร โดยไม่ยึดติดกับแหล่งข่าวและความเห็นที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ หรือช่วยอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือด้วย
ผมลงความเห็นไว้ที่กระทู้แรกนะครับลองเข้ามาอ่านดูได้ สำหรับท่านที่ต้องการ Link กับทางบล๊อกของผมก็ เชิญส่งมาให้ผมทาง E-mail ได้เลยะครับ comeon_baby@thaimail.com
**ขณะนี้ Blog กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมเนื้อหายังไม่สมบูรณ์..**
กวาดล้างอาวุธสงคราม
เส้นตายการนำส่ง อาวุธสงครามคืนราชการ โดยได้รับการยกเว้นความผิด ครบกำหนดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2546 นโยบายปราบอาวุธสงคราม จะดำเนินไปควบคู่กับนโยบายปราบผู้มีอิทธิพล โดยผู้มีอิทธิพลและผู้ครอบครองอาวุธสงคราม น่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน และเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในเป้าหมายตามนโยบายกวาดล้างของรัฐบาล เพราะผู้ที่ครอบครองอาวุธสงคราม มักจะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล และใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่าฝ่ายตรงข้าม หรือคนที่ขัดขวางผลประโยชน์ ไม่เว้นแม้แต่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ อาวุธสงครามที่ได้รับส่งคืนจำนวนมากนั้น เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยประชาชนที่ส่งคืน อาจจะเป็นคนทั่วไป ซึ่งไม่ได้ครอบครองไว้เพื่อสร้างบารมี หรือสะสมไว้เพื่อใช้สังหารฝ่ายตรงข้าม แต่มือปืน กลุ่มคนที่มีอิทธิพลหนุนหลัง อาจจะยังครอบครองอยู่ กระทรวงมหาดไทย ระกาศแล้ว หลังจากนี้จะตรวจค้น ปราบปรามอาวุธสงครามอย่างจริงจัง โดยซุ้มมือปืนทั่วประเทศ เขตพื้นที่ของผู้มีอิทธิพล จะตกอยู่ในเป้าหมายการตรวจค้น คำประกาศอย่างแข็งขันของ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการปราบอาวุธสงคราม เพื่อให้ประเทศไทย เป็นพื้นที่ปลอดอาวุธสงคราม น่าจะทำให้ประชาชนนอนตาหลับขึ้น เพราะประชาชนต้องเสี่ยงภัยจากอาวุธสงครามมานานแล้ว แม้ประเทศไทยจะไม่มีสงคราม แต่อาวุธสงครามกลับมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง และถูกนำมาใช้ก่อคดีอุกฉกรรจ์มากมาย สังหารชีวิตผู้คนไปจำนวนมาก โดยอาวุธสงครามที่นำมาก่อคดีสะเทือนขวัญ มักจะอยู่ในความครอบครองของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ทั้งในและนอกเครื่องแบบ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
1 ความคิดเห็น:
อาวุธร้ายแรง กลายเป็นอภิสิทธิ์การครอบครองของกลุ่มผู้มีอิทธิพล และไม่ได้มีไว้เพื่อการป้องกันตัว แต่มีไว้เพื่อเข่นฆ่าทำร้ายคนอื่น โดยไม่ต้องกลัวความผิด เพราะกฎหมายมักจะยกเว้นสำหรับคนกลุ่มนี้
แต่ชาวบ้านธรรมดา ครอบครองเพียงปืนแก๊ปก็มีสิทธิติดคุกหัวโต
กฎหมายอาวุธเถื่อน หรืออาวุธที่ไม่ได้รับการอนุญาตให้ครอบครอง ถูกเลือกปฏิบัติมาตลอด แต่นโยบายการปราบอาวุธผิดกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้ปฏิบัติโดยเท่าเทียม โดยใครก็ตามที่มีไว้ในครอบครอง จะต้องได้รับโทษหนัก หากถูกตรวจพบ
ถ้าการปราบอาวุธผิดกฎหมายได้ผล ไม่มีคนกลุ่มใดมีอาวุธร้ายแรงไว้ใช้ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพล และคดีอุกฉกรรจ์ สั่นสะเทือนขวัญประชาชน เข่นฆ่ากันทีละหลายๆ ศพก็ควรจะลดลงหรือหมดไป
ถ้านโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกนำไปใช้ปฏิบัติอย่างจริงจัง ต่อจากนี้ ประชาชนคนสุจริต ควรจะมีความอุ่นใจขึ้น เพราะสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตจะคืนกลับสู่สังคมมากขึ้น
เพราะเมื่อไม่มีอาวุธสงคราม เมื่อไม่มีปืนเถื่อน บรรดาอาชญากรก็จะไม่มีเครื่องมือที่จะก่อคดี กลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ ก็จะลดความผยองลง เนื่องจากไม่มีอาวุธร้ายแรงที่จะปกป้องบารมี หรือข่มขู่คุกคามคนอื่น
และอาวุธที่มีอยู่ในประเทศไทยทุกชิ้น จะต้องเป็นอาวุธที่ถูกกฎหมาย สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ หรือเป็นอาวุธที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อควบคุมอาวุธได้ จะทำให้สามารถควบคุมคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้น เพราะอาวุธที่อาชญากรนำมาใช้ จะตรวจสอบที่มาที่ไปได้ง่ายขึ้น
การปราบอาวุธสงคราม หรืออาวุธที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครอง เป็นนโยบายที่ทุกฝ่ายสนับสนุน เพราะจะช่วยสร้างหลักประกันในสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชนทุกคน โดยประชาชนผู้สุจริต อาจจะต้องการกฎหมาย ห้ามครอบครองอาวุธปืนเสียด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืนที่ถูกหรือผิดกฎหมาย เพราะถ้าไม่มีอาวุธ คดีอาชญากรรมรุนแรงก็ไม่ควรจะเกิด
แต่ปัญหาคือ รัฐบาลจะควบคุมอาวุธปืน ตรวจสอบไม่ให้คนกลุ่มใดมีอาวุธร้ายแรงไว้ในครอบครองได้อย่างไร
และนโยบายปราบอาวุธสงคราม จะถูกละเว้นการปฏิบัติหรือไม่ โดยมุ่งปราบเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ไม่ได้สังกัดอยู่กับนักการเมืองพวกพ้องรัฐบาล หรือมุ่งเอาโทษเฉพาะประชาชนคนทั่วไป
พ้นเส้นตายการส่งมอบอาวุธสงครามคืนราชการแล้ว และตั้งแต่วันนี้ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินมาตรการกวาดล้างอาวุธสงครามอย่างเข้มข้น เพื่อเป้าหมาย ประเทศไทยเป็นเขตปลอดอาวุธเถื่อน
ส่วนการรณรงค์สร้างเขตปลอดอาวุธของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้ผลหรือไม่ ประเมินกันไม่ยาก โดยหลังจากนี้จะต้องรอดูว่า คดีอุกฉกรรจ์ ถล่มกันด้วยอาวุธสงครามทีละหลายๆ ศพ คดีสังหารคู่แข่งทางการเมืองด้วยอาวุธร้ายแรงยังมีอยู่หรือไม่
ถ้าคดีอาชญากรรมร้ายแรงยังมีอยู่ จะเป็นตัวฟ้องว่า นโยบายปราบอาวุธเถื่อนยังล้มเหลว และถ้าล้มเหลว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ที่ต้องตอบประชาชนว่า
เพราะเหตุใด อาวุธเถื่อนจึงกำจัดไม่สิ้น และคนกลุ่มใดยังบังอาจครอบครองอยู่
**http://www.fridaycollege.org/index.php?file=nature&obj=forum.view(cat_id=at-gen,id=200)&PHPSESSID=145e6b1db27d26d9f68c30b8d4d89a97
แสดงความคิดเห็น