เรื่องแรกผมขอยังไม่เข้าประเด็นนะครับ แต่จะขอให้ร่วมแสดงความเห็นกับสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างมาก จนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำตัวสินของศาลรัฐธรรมนูญที่พรรคการเมืองต่างๆได้รับ ตั้งแต่ประเทศไทยได้มีการบริหารประเทศโดยนายยกรัฐมนตรีมาตั้งแต่รุ่นแรก ผมไม่แน่ใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเป็นท่านแรกที่อยู่บริหารราชการครบวาระ 4 ปี เพราะเท่าที่ได้ดูข้อมูลมานั้นก็เห็นได้ว่า ประเทศไทยนั้นจะให้อิศระกับคำว่าประชาธิปไตยเกินไป? ก่อม๊อปกันเป็นเรื่องสนุก อะไรๆก็รัฐบาลทั้งๆที่ปัญหามันเกิดขึ้นในระดับจุลภาคหรือระดับองค์กรเท่านั้นเอง อีกทั้งผู้ที่เข้ามาเป็นม๊อบหลายขบวนนั้นก็รู้กันว่าเป็นอาชีพของเขาได้เงินค่าจ้างมาก็ไป จากที่ผมเคยผ่านหน้ารัฐสภามาก็เห็นสมาชิกของม๊อบอายุไม่ถึง 12 ปีเข้าร่วมขบวน อายุเพียงเท่านี้ยังแทบไม่รับรู้ปัญหาระดับมหาภาคที่เกิดขึ้น(ยังไม่หย่านมจากครอบครัวเลย) และดูจากสมาชิกม๊อบที่เข้าร่วมขบวนทั้งหลายก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสถานการ์ณด้วย (ขอยกตัวอย่างนะครับ อย่างเช่น เมื่อก่อนมีปัญหาเรื่องบริษัทหรือสำนักงานใหญ่ๆกับรัฐบาลที่จะแปลรูปเป็นรัฐวิสาหกิจ คนที่น่าจะเดินขบวนก็น่าจะมีแต่คนระดับ CEO หรือพนักงานระดับสูง เพราะว่ากลุ่มเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโดยตรง..โดยเฉพาะเบื้องหลังการทำงาน แต่ในสมาชิกม๊อบกลับมีแต่คนที่เห็นได้ชัดเจนว่ามาจากต่างจังหวัด และมองไม่ออกเลยว่าเกี่ยวข้องกับสำนักงานที่เผชิญกับปัญหาอย่างไร อีกทั้งเหตุผลที่อ้างในการเดินขบวนในบางครั้งนั้น ไม่ว่ายังไงก็ฟังไม่ขึ้น ) ผมจึงเห็นได้ว่าการก่อม๊อบนั้นไม่ได้แสดงถึงความเดือดร้อนแท้จริงเสมอไป(ไม่ใช่ทุกม๊อบนะครับ) แต่เป็นการสร้างอิทธิพลต่อสังคมในการให้ความสนใจในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยใช้สโลแกนว่า"ประชาธิปไตย?","รัฐบาลโกงกิน"และ"รัฐบาลห่วย..ไม่ได้เรื่อง" อยู่เป็นประจำ
ผมขอเกริ่นไว้คร่าวๆ สำหรับท่านผู้เยี่ยมชมนะครับ
บล๊อกนี้ผมทำขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายไหนทั้งสิ้นแต่อาจจะวิจารย์ตามสิ่งที่ผมเห็นสมควร ผมจะพยายามรวบรวมผลการทำงานแต่ละโครงการเอาไว้ อีกทั้งหัวข้อที่เกิดกระแสตอบรับจากการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเหตุการ์ณปัจจุบันให้ร่วมกันออกความเห็น สำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม..ผมขอฝากไว้สักนิดนะครับ ขอให้ทุกท่านที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยยึดหลักความเป็นกลาง ความถูกต้อง เหตุสมควร โดยไม่ยึดติดกับแหล่งข่าวและความเห็นที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ หรือช่วยอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือด้วย
ผมลงความเห็นไว้ที่กระทู้แรกนะครับลองเข้ามาอ่านดูได้ สำหรับท่านที่ต้องการ Link กับทางบล๊อกของผมก็ เชิญส่งมาให้ผมทาง E-mail ได้เลยะครับ comeon_baby@thaimail.com
**ขณะนี้ Blog กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมเนื้อหายังไม่สมบูรณ์..**
การเดินขบวนเรียกร้อง ~ ม๊อบ
เรื่องแรกผมขอยังไม่เข้าประเด็นนะครับ แต่จะขอให้ร่วมแสดงความเห็นกับสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างมาก จนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำตัวสินของศาลรัฐธรรมนูญที่พรรคการเมืองต่างๆได้รับ ตั้งแต่ประเทศไทยได้มีการบริหารประเทศโดยนายยกรัฐมนตรีมาตั้งแต่รุ่นแรก ผมไม่แน่ใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเป็นท่านแรกที่อยู่บริหารราชการครบวาระ 4 ปี เพราะเท่าที่ได้ดูข้อมูลมานั้นก็เห็นได้ว่า ประเทศไทยนั้นจะให้อิศระกับคำว่าประชาธิปไตยเกินไป? ก่อม๊อปกันเป็นเรื่องสนุก อะไรๆก็รัฐบาลทั้งๆที่ปัญหามันเกิดขึ้นในระดับจุลภาคหรือระดับองค์กรเท่านั้นเอง อีกทั้งผู้ที่เข้ามาเป็นม๊อบหลายขบวนนั้นก็รู้กันว่าเป็นอาชีพของเขาได้เงินค่าจ้างมาก็ไป จากที่ผมเคยผ่านหน้ารัฐสภามาก็เห็นสมาชิกของม๊อบอายุไม่ถึง 12 ปีเข้าร่วมขบวน อายุเพียงเท่านี้ยังแทบไม่รับรู้ปัญหาระดับมหาภาคที่เกิดขึ้น(ยังไม่หย่านมจากครอบครัวเลย) และดูจากสมาชิกม๊อบที่เข้าร่วมขบวนทั้งหลายก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสถานการ์ณด้วย (ขอยกตัวอย่างนะครับ อย่างเช่น เมื่อก่อนมีปัญหาเรื่องบริษัทหรือสำนักงานใหญ่ๆกับรัฐบาลที่จะแปลรูปเป็นรัฐวิสาหกิจ คนที่น่าจะเดินขบวนก็น่าจะมีแต่คนระดับ CEO หรือพนักงานระดับสูง เพราะว่ากลุ่มเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโดยตรง..โดยเฉพาะเบื้องหลังการทำงาน แต่ในสมาชิกม๊อบกลับมีแต่คนที่เห็นได้ชัดเจนว่ามาจากต่างจังหวัด และมองไม่ออกเลยว่าเกี่ยวข้องกับสำนักงานที่เผชิญกับปัญหาอย่างไร อีกทั้งเหตุผลที่อ้างในการเดินขบวนในบางครั้งนั้น ไม่ว่ายังไงก็ฟังไม่ขึ้น ) ผมจึงเห็นได้ว่าการก่อม๊อบนั้นไม่ได้แสดงถึงความเดือดร้อนแท้จริงเสมอไป(ไม่ใช่ทุกม๊อบนะครับ) แต่เป็นการสร้างอิทธิพลต่อสังคมในการให้ความสนใจในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยใช้สโลแกนว่า"ประชาธิปไตย?","รัฐบาลโกงกิน"และ"รัฐบาลห่วย..ไม่ได้เรื่อง" อยู่เป็นประจำ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
2 ความคิดเห็น:
การก่อม๊อบไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง อีกทั้งยังดูเหมือนกับการออกมา..งอแง.. แต่ในบางครั้งก็แสดงถึงความเข้มแข็งอย่างแท้จริงถ้าคิดจะทำเพื่อสังคมส่วนรวม หลายท่านที่มีโอกาศได้รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นกับม๊อบกลุ่มต่างๆแล้วคล้อยตามประเด็นนั้นๆ ก็อยากให้เปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่า.. ถ้าคุณเป็นรัฐบาลคุณจะทำอย่างไร??
การเข้าตรวจสอบความเดือดร้อนและต้องคำนึงถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังของผู้ชักจูงม๊อบ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากกลุ่มม๊อบ เงินทุนการแก้ไขปัญหา
แหล่งข่าวและความจริงที่เกิดขึ้น ผมเห็นว่าการเดินม๊อบในปัจจุบันเป็นเรื่องไร้สาระ และสงผลกระทบต่อความเสียหายมากกว่าที่คุณคิดไว้เยอะมากๆ บางคนก็เข้าใจว่าแค่ปิดถนนเองไม่เห็นเป็นไร ก่อม๊อบหลบๆก็ได้ไม่เดือดร้อนใคร ผมก็จะขอตั้งคำถามให้ตรวจสอบกันเองนะครับสำหรับนักเดินขบวน
1/.การเดินขบวนนั้นส่งผลกระทบต่อการเดินทางซึ่งมีผลกระทบต่อผู้ไม่เกี่ยวข้องที่เร่งรีบอย่างมาก ซึ่งมีจำนวนแทบไม่ต่างจากจำนวนที่คุณมาเดินขบวนกันเลย
2/.การลงทุนในตลาดหุ้นมีผลกระทบต่อตัวเลขในขณะนั้นอย่างมาก และมีมูลค่าเสียหายนับพันนับหมื่นล้านบาท แต่ทำไมนักลงทุนเขาไม่เห็นออกมาเดินขบวนกับพวกที่สร้างความเสียหายให้เขาบ้างหล่ะ
3/.การแพร่ข่าวไปยังต่างประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับมหาภาค สร้างความไม่มั่นใจในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อการส่งออกในบางครั้ง
4/.การเดินขบวนคือ..การแก้ไขปัญหาของคุณที่ถูกต้องแล้วหรือ การแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นมีตั้งแยะ ผมขอเสนอให้หน่อยๆแล้วกันเช่น การจัดทำแผนรณรงค์ต่างๆเพื่อร่วมกันแก้ไขในเหตุต่างๆ การทำตัวอย่างการแก้ไขปัญหาที่ดี ไม่ต้องออกมา..งอแง.. แต่ใช้ความเข้มแข็งในการสร้างความมั่นใจ มีปัญหาก็ยอมรับแล้วสู้ด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การออกมาเดินขบวน
การประท้วงเหมือนดาบสองคม หากคนที่ใช้ใช้อย่าถูกกต้องและเพื่อคนส่วนรวมจิงแล้วย่อมส่งผลดีต่อคนส่วนรวม แต่อีกด้านหากใช้เพื่อประโยชน์ของตนและพวกไม่เท่าไหร่ อาจทำให้บ้านเมืองเข้าสู่วิกฤษ ซึ่งแน่นอนย่องไม่ส่งผลดี ต่อส่วนรวมแน่ ทั้งคนที่ร่วมประท้วง และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าเอาคนอื่นเข้าเดือดร้อนด้วย(เพราะความเห็นแก่ตัวเลย)การใช้เหตุผลประณีประนอมกันแล้วมองที่ประเทศหรือผืนดินที่ยืนอยู่ เป็นหลักเพื่อลูกหลานจะได้มีที่หากิน ซุกหัวนอนต่อไป
ปล.พวกที่(ประท้วง)เก่งๆทั้งหลายยามประเทศเราเดือดร้อนถูกรังแก ขอให้พวก...เก่งๆอย่างนี้ตลอดไป(เกิดมาช้าไปพวก...)อย่าใช้กฎหมู่ มาอยู่เหนือกฎหมาย บ้านใครเมืองใครก็กฎบ้านนั้นเมืองนั้น
แสดงความคิดเห็น