โครงการก่อสร้างสนามบินที่ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปีมะโว้จนมาจบที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผมเองก็ไม่แน่แน่ใจว่าเริ่มตั้งแต่สมัยของใคร และแล้วก็สำเร็จได้ในสมัยของนายกทักษิณ แต่ความสำเร็จที่ตามมาด้วยปัญหามากมาย ซึ่งแทบจะเกินการบรรยายเลยก็ว่าได้ การเริ่มต้นโครงการก็มีปัญหาตั้งแต่การจัดซื้อที่ดิน งบประมาณที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย การสร้างสนามบินไม่ได้มาตรฐานตามที่ออกแบบไว้ การเริ่มเปิดสนามบินเร็วกว่ากำหนด King power การตกแต่งภายในอาคาร บรรไดเลื่อนหาย และอีกหลายปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบไปยังการทำงานในส่วนต่างๆของการบริหารงานภายใน ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นโดยหลักๆแล้วมีสาเหตุมาจากการแปรรูป ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจคำว่าแปรรูปในความหมายของ Aot เหมือนกัน ผมแทบเห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยนอกจากย้ายสถานที่ทำงาน แต่ปัญหามันกลับแย่เข้าไปอีกที่เป็นการย้ายแบบด่วนจี๋จนหลายอย่างปรับตัวไม่ทัน ตั้งแต่บริษัทที่ขอเช่าพื้นที่ขายของ สายการบิน และที่เป็นปัญหามาเป็นอันต้นๆอีกอย่างหนึ่งก็คือ การปรับตัวของทรัพยากรบุคคล จนทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงการหลับนอนบังคับให้รับงาน over time กันเป็นแถว หลังจากที่เกิดปัญหาต่างๆนาๆภายในสนามบินขึ้นการทำงานของ CEO ที่สุวรรณภูมิ ต่างก็พากันร้อนตัวแล้วก็อ้างโน่นบ้างนี่บ้าง ซึ่งจริงๆแล้วก็รู้ๆกันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ขอสรุปให้ง่ายๆแล้วกันนะครับ ก็คือ .. ทำตัวนายหน้ากินเปอร์เซ็นกันเกือบหมด คนไม่มีคุณภาพบริหารงานโดยมีเบื้องหลังชัดเจน จ่ายเงินเกินราคาโดยให้ผู้รับเหมาที่ติดต่อสมรู้ร่วมคิดด้วย(เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เสนองานให้กับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เลย) จึงทำให้รัฐบาลจัดตั้งทีมงานตรวจสอบการทุจริตสนามบินขึ้นมาโดยได้ข้อสรุปออกมาโดยเข้าไปดูได้ที่ http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9490000121410
ผมขอเกริ่นไว้คร่าวๆ สำหรับท่านผู้เยี่ยมชมนะครับ
บล๊อกนี้ผมทำขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายไหนทั้งสิ้นแต่อาจจะวิจารย์ตามสิ่งที่ผมเห็นสมควร ผมจะพยายามรวบรวมผลการทำงานแต่ละโครงการเอาไว้ อีกทั้งหัวข้อที่เกิดกระแสตอบรับจากการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเหตุการ์ณปัจจุบันให้ร่วมกันออกความเห็น สำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม..ผมขอฝากไว้สักนิดนะครับ ขอให้ทุกท่านที่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยยึดหลักความเป็นกลาง ความถูกต้อง เหตุสมควร โดยไม่ยึดติดกับแหล่งข่าวและความเห็นที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ หรือช่วยอ้างแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือด้วย
ผมลงความเห็นไว้ที่กระทู้แรกนะครับลองเข้ามาอ่านดูได้ สำหรับท่านที่ต้องการ Link กับทางบล๊อกของผมก็ เชิญส่งมาให้ผมทาง E-mail ได้เลยะครับ comeon_baby@thaimail.com
**ขณะนี้ Blog กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมเนื้อหายังไม่สมบูรณ์..**
สุวรรณภูมิ
โครงการก่อสร้างสนามบินที่ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปีมะโว้จนมาจบที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผมเองก็ไม่แน่แน่ใจว่าเริ่มตั้งแต่สมัยของใคร และแล้วก็สำเร็จได้ในสมัยของนายกทักษิณ แต่ความสำเร็จที่ตามมาด้วยปัญหามากมาย ซึ่งแทบจะเกินการบรรยายเลยก็ว่าได้ การเริ่มต้นโครงการก็มีปัญหาตั้งแต่การจัดซื้อที่ดิน งบประมาณที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย การสร้างสนามบินไม่ได้มาตรฐานตามที่ออกแบบไว้ การเริ่มเปิดสนามบินเร็วกว่ากำหนด King power การตกแต่งภายในอาคาร บรรไดเลื่อนหาย และอีกหลายปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบไปยังการทำงานในส่วนต่างๆของการบริหารงานภายใน ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นโดยหลักๆแล้วมีสาเหตุมาจากการแปรรูป ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจคำว่าแปรรูปในความหมายของ Aot เหมือนกัน ผมแทบเห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยนอกจากย้ายสถานที่ทำงาน แต่ปัญหามันกลับแย่เข้าไปอีกที่เป็นการย้ายแบบด่วนจี๋จนหลายอย่างปรับตัวไม่ทัน ตั้งแต่บริษัทที่ขอเช่าพื้นที่ขายของ สายการบิน และที่เป็นปัญหามาเป็นอันต้นๆอีกอย่างหนึ่งก็คือ การปรับตัวของทรัพยากรบุคคล จนทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงการหลับนอนบังคับให้รับงาน over time กันเป็นแถว หลังจากที่เกิดปัญหาต่างๆนาๆภายในสนามบินขึ้นการทำงานของ CEO ที่สุวรรณภูมิ ต่างก็พากันร้อนตัวแล้วก็อ้างโน่นบ้างนี่บ้าง ซึ่งจริงๆแล้วก็รู้ๆกันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ขอสรุปให้ง่ายๆแล้วกันนะครับ ก็คือ .. ทำตัวนายหน้ากินเปอร์เซ็นกันเกือบหมด คนไม่มีคุณภาพบริหารงานโดยมีเบื้องหลังชัดเจน จ่ายเงินเกินราคาโดยให้ผู้รับเหมาที่ติดต่อสมรู้ร่วมคิดด้วย(เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เสนองานให้กับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เลย) จึงทำให้รัฐบาลจัดตั้งทีมงานตรวจสอบการทุจริตสนามบินขึ้นมาโดยได้ข้อสรุปออกมาโดยเข้าไปดูได้ที่ http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9490000121410
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
1 ความคิดเห็น:
สิ่งที่เกิดขึ้นในวงการธุรกิจนั้นจะมีหลักๆก็จะเป็นธุรกิจที่ขายผ่านสื่อ และธุรกิจสีเทา อทิเช่น ธุรกิจที่ดิน ธุรกิจนายหน้า รับถมดิน/รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งล้วนแต่เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยบารมีในการทำงานเป็นส่วนใหญ่ โดยจะอาศัยคนในวงการการเมืองเป็นผู้โยนชิ้นงานมาให้ และจะแบ่งผลกำไรจากโครงการเป็นค่านายหน้าหรือไม่ก็หุ้นส่วน แต่เท่าที่ผมเห็นนักการเมือง ก็จะมีธุรกิจแบบนี้กันเองอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่อยู่คู่กับการเมืองเลยทีเดียว มีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรของไทย และผมคิดว่าคงมีกันเกือบทุกประเทศ
แต่เมื่อมาดูมุมมองของทักษิณที่โดนวิจารย์เรื่องคว่านซื้อที่ดินเพื่อเกร็งกำไรนั้น ผมเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของนักลงทุน แต่พอมาดูการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็ออกจาดูเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเท่าไหร่ แล้วคำถามต่อมาก็คือ... ถ้าทักษิณไม่ซื้อ แล้วใครจะซื้อหล่ะ ซึ่งคำตอบก็เลี่ยงไม่ได้จากบรรดาเหล่านักการเมือง และนักธุรกิจบารมีล้นฟ้าทั้งหลาย บางคนก็คิดว่าทำไมต้องไปซื้อมาเกร็งราคาขายด้วย.. ทั้งๆที่เราซื้อต่อจากชาวบ้านโดยตรงเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณไปด้วย ซึ่งคำตอบก็มีอยู่อย่างเดียวแหละครับว่า.. มันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะว่าดูจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้ว อย่างเช่น สร้างเหมืองทั้งหลาย อย่างกรณีนี้ผมคิดว่ามัน ทุเรศกว่าซื้อที่หนองงูเห่าแบบคูณ 10 ได้เลย เนื่องจากว่าการคว่านซื้อที่ดินมาเกร็งราคาขายนั้นมีปริมาณจำกัด เพราะว่ามีคนมีแย่งกันซื้อเป็นฝูง ก็เลยจบลงที่ว่าการปลูกต้นไม้แบบสั่วๆให้เต็มพื้นที่ที่มีอยู่(สั่วจนแบบยัดลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุด) แล้วก็ไปเรียกค่าชดเชยต้นไม้ต้นละ 500 บาท ซึ่งต้นไม้ของเขาพึ่งลงมาได้ไม่กี่เดือนเอง
แล้วคุณคิดว่าการทุจริตคว่านซื้อที่ดินใครคือคนผิด ผมเองก็คงคิดได้แค่ในมุมมองของผม แต่ไม่อยากเข้าถึงความคิดของผู้อื่นได้
แสดงความคิดเห็น